|
HR Solutions
|
|
ขันทีประจำบริษัท
โดย ดิลก ถือกล้า
คำถาม ผมมีเรื่องที่อึดอัดใจมาก ไม่รู้ว่าควรจะเป็นคำถามที่เข้ากับคอลัมน์ของคุณดิลกหรือเปล่า แต่ก็เห็นคุณดิลกให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับบรรยากาศในการทำงานไปเสียทุกเรื่อง ผมเลยคิดว่าเรื่องของผมก็น่าจะเป็นคำถามที่สอบถามคุณดิลกได้ เรื่องมีอยู่ว่า ผมเองเป็นพนักงานระดับบริหารของบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จากที่คนอื่นมองผม ผมก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และสร้างผลงานได้ดีทีเดียว แต่ผมก็รู้ตัวดีนะครับว่า จุดอ่อนสำคัญอย่างหนึ่งของผมก็คือ ผมเป็นคนไม่ค่อยเข้าหานายที่เป็นเบอร์หนึ่งของบริษัท ถ้าผมจะเข้าไปก็เพื่อไปคุยกันเรื่องงาน ผมไม่มีความสามารถที่จะเข้าไปประจบประแจง หรือคุยเล่นกันเรื่องไวน์เรื่องกอล์ฟสรรเพเหระได้ แต่เรื่องมีอยู่ว่า เรามีพนักงานระดับบริหารด้วยกันอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นผู้ชายแต่พวกเราเรียกกันว่า ขันที คุณดิลกคงรู้ว่าหมายถึงอะไร เขาจะมีความสามารในการเพ็ดทูล เข้าเฝ้า เข้าหา และมีเรื่องรายงานนายได้ทุกวัน และเท่าที่รู้มา ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขาเท่าไหร่ ที่ผมอึดอัดใจมากก็คือ ล่าสุดเขาได้เข้าไปเป่าหูนายเรื่องที่เกียวกับงานของผม ทำให้นายได้สั่งการมาที่ผมให้หยุดโครงการที่กำลังเริ่มทำ และได้ว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาแล้วด้วย ผมพยายามถามเหตุผลนายเพราะนายเองเป็นผู้เห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการได้ ผมก็ได้คำตอบที่คล้ายกับนายขันทีคนนี้เคยมาวิจารณ์ผมตอนเริ่มโครงการ ผมโมโหมากแต่ก็พูดไม่ได้ว่า นายไปฟังเจ้าขันทีคนนี้มากไป ผมอึดอัดมาก เลยอยากจะขอความเห็นคุณดิลกว่า เราควรจะรับมือคนแบบนี้อย่างไร และผมควรจะมองๆหางานนที่อื่นไว้บ้างดีหรือไม่ เพราะกสรทำงานในบรรยากาศแบบนี้ ผมไม่ชอบเอาเลย– ยงยุทธ
คำตอบ คำถามคุณยงยุทธค่อนข้างยาว แต่ผมไม่ได้ตัดทอนออกเพราะเกรงว่าจะเสียถ้อยความสำคัญในคำถาม อ่านที่เล่ามา เหมือนผมกำลังอ่านประวัติศาสตร์ประเทศจีนตอนที่พูดถึงการล่มสลายของบางราชวงศ์ที่มักมีชะตากรรมคล้ายกัน คือ จักรพรรดิอาจเป็นคนเก่ง คนดี แต่มาตายเพราะคำสอพลอของขันทีที่รายล้อม ทำให้ขุนนางที่ตั้งใจทำงานต้องเสียกำลังใจ ไม่อยากทำงาน สุดท้ายก็หนีหายไป ปล่อยให้พวกสอพลอฉ้อราษฎร์บังหลวงอยู่รายล้อม จนจักรพรรดิพระองค์นั้นถึงแก่หายนะในที่สุด ผมเล่าย้อนไปไกลก็เพราะอยากจะบอกว่า เรื่องที่คุณยงยุทธเจออยู่ในเวลานี้ มันก็เกิดขึ้นมานับเป็นพันๆปีมาแล้ว อาจจะเป็นระดับประเทศหรือระดับองค์กรเท่านั้นเอง ผมคิดว่าคนแบบนี้น่ากลัวยิ่งกว่าคนที่ทุจริตเสียอีก เพราะกับคนทุจริต หากเรามีหลักฐานมีกระบวนการตรวจสอบที่ดีก็สามารถจัดการได้ แต่คนแบบนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร ก็แค่การพูดจาพะเน้าพะนอเจ้านาย แต่ผมมองว่าคนแบบนี้ละที่จะสามารถกัดเซาะรากฐานสำคัญอย่างหนึ่งของการดำรงอยู่ขององค์กรคือ ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจซึ่งกันและกันลงได้อย่างไม่รู้ตัว เพราะหากองค์กรใดขาดความเชื่อใจ และความไว้วางใจต่อกันแล้ว จะทำงานร่วมกันให้ได้ผลดีอย่างที่ต้องการได้ยังไงผมยังนึกไม่ออก การรับมือกับคนแบบนี้ที่จะต้องทำคือ ต้องนิ่งและมองข้าม นิ่งกับการที่เขาจะมาคุ้ยแคะแล้วเอาไปต่อเติม เพราะถ้าเรานิ่งเสียอย่างก็จะไม่เกิดประเด็นว่าคุณไปพูดหรือทำอะไรที่สร้างประเด็นให้เขาเอาไปพลิกลิ้นได้ อย่างไรก็ตาม คุณยงยุทธน่าจะต้องเพิ่มความถี่ในการ “สื่อสาร” กับนายให้มากขึ้นนะครับ เพื่อปิดช่องว่างให้นายรับข้อมูลแบบผิดๆ จริงๆแล้วเราสามารถสื่อสารโดยที่ไม่ต้องให้เกิดภาพของการประจบก็ได้นะครับ เอาอย่างนี้ไหมครับ เพื่อให้คุณยงยุทธสบายใจว่าคุณจะคุยกับนายเฉพาะเรื่องงานจริงๆ ก็อยากลองดูเข้าไปพบพูดคุยกับนายโดยกำหนดเรื่องของการสื่อสารกับนายแบบนี้นะครับ คือเรื่องที่จะต้องรายงานให้ทราบความคืบหน้าของงาน เรื่องที่ต้องการเข้าไปแจ้งให้ทราบว่างานมีอุปสรรคอะไรแล้วเราได้จัดการอะไรไปแล้ว กับเรื่องที่ต้องการขอคำปรึกษาหารือ ซึ่งจะเห็นว่า หากทำได้ตามนี้เราก็จะมีเรื่องที่เข้าไปพบนายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องห่วงว่าเราจะต้องหาเรื่องเล็กเรื่องน้อยไปเพ็ดทูลเหมือนคนอื่นเขา ผมเชื่อนะครับที่เขาว่า Action is louder than word การกระทำนั้นดังกว่าการพูด แล้วถึงตอนนั้นความตั้งใจของคุณก็จะส่งผลด้วยตัวของมันเอง ก่อนที่จะไปไกลถึงขั้นมองหางานใหม่ ผมอยากจะให้คุณยงยุทธลองทำตามที่ผมบอกไปก่อนนะครับ แล้วประเมินอีกทีว่าไหวหรือไม่ไหว เพราะการเปลี่ยนงานก็คือการเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะเจออภิมหาขันทีกว่าที่เจอตอนนี้ก็ได้นะครับ ขอเอาใจช่วยนะครับ
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ HR Solution ผู้จัดการรรายสัปดาห์ เดือนพฤษภาคม 2552
|