Leadership


ตอนที่12 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่5 การประเมินปัจจัยเพื่อผลสำเร็จ
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่11 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่4 การนำทีม
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่10 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่3 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (ต่อ)
Monday, 24 November 2008
  ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่9 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่3 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่8 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่2 การสร้างความไว้วางใจ
Monday, 24 November 2008
  ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่7 : ความสามารถเชิงสมรรถนะที่1 สร้างความคิดในเชิงบวก
Monday, 24 November 2008
  ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที6 : องค์ประกอบของภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรมนุษย์
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที5 : อะไรคือภาวะผู้นำของนักบริหารทรัพยากรมนุษย์
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที4 : จุดร่วมกันของแนวความคิดด้านภาวะผู้นำ
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล... Read more...
ตอนที่3 : “ผู้นำ” กับ “ผู้จัดการ”
Monday, 24 November 2008
ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล (ตอนที่3)  “ผู้นำ” กับ... Read more...

HR Solutions


วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือ
Monday, 24 November 2008
วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือโดย ดิลก... Read more...
ห้ามใช้โทรศัพท์ในสายการผลิต
Monday, 24 November 2008
ห้ามใช้โทรศัพท์ในสายการผลิตโดย ดิลก ถือกล้าคำถาม โรงงานที่ผมอยู่... Read more...
สัมภาษณ์แบบสร้างความกดดัน
Monday, 24 November 2008
สัมภาษณ์แบบสร้างความกดดันโดย ดิลก ถือกล้า คำถาม... Read more...
ใช้ Balance Scorecard แล้วไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ
Monday, 24 November 2008
ใช้ Balance Scorecard แล้วไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการโดย ดิลก ถือกล้า คำถาม... Read more...
เกิดเรื่องจากการส่งรูปโป๊ทางเมลล์
Monday, 24 November 2008
เกิดเรื่องจากการส่งรูปโป๊ทางเมลล์โดย ดิลก ถือกล้า  คำถาม... Read more...
เมื่อต้องย้ายบริษัท
Monday, 24 November 2008
เมื่อต้องย้ายบริษัทโดย ดิลก ถือกล้า คำถาม                  ... Read more...
เรื่องปวดหัวเกี่ยวกับบริษัทรับเหมา
Monday, 24 November 2008
เรื่องปวดหัวเกี่ยวกับบริษัทรับเหมาโดย ดิลก ถือกล้า  คำถาม... Read more...
รู้ได้ไงใครตั้งท่าลาออก
Monday, 24 November 2008
รู้ได้ไงใครตั้งท่าลาออกโดย ดิลก ถือกล้า คำถาม             ... Read more...
อยากลด OT ทั้งบริษัท
Monday, 24 November 2008
อยากลด OT ทั้งบริษัทโดย ดิลก ถือกล้า คำถาม              ... Read more...
จะดูแลกลุ่มพนักงานที่ทำงานข้ามชาติอย่างไร
Monday, 24 November 2008
จะดูแลกลุ่มพนักงานที่ทำงานข้ามชาติอย่างไร โดย ดิลก ถือกล้า  คำถาม... Read more...
Experience Sharing

4  ขั้นสู่ความเป็นสุดยอดมืออาชีพ

ธนดล  หาญอมรเศรษฐ์
Dhanadolh@360 human capital solution. net
ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ 360 Human Capital Solution Group
อดีตเคยดำรงตำแหน่ง GM-HR Service ของ Chevron Thai
HR Director ของ Chevron Off  Shores
HR Director ของ BIG C Center


         พนักงานที่ทำงานในองค์การส่วนใหญ่อาจไม่เคยคิดเลยว่า ตนเองจะประสบความสำเร็จในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างไร แต่มีอย่างหนึ่งที่ทุกคนอาจคิดเหมือนกัน คือ ต้องสร้างคุณค่าให้ผู้จัดการ องค์การเห็น ซึ่งก็คือการพยายามอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ได้งานตามความคาดหวังของผู้เป็นนายอยู่เสมอ จากการศึกษาวิจัยกว่า 25 ปี ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างองค์การกับพนักงานแต่ละคน พบว่า  ถ้าพนักงานต้องการจะเป็นสุดยอดในอาชีพ พนักงานก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ตนเองอุทิศการทำงานให้กับองค์การ
 พนักงานทุกคนที่ทำงานในองค์การได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาที่ยึดอาชีพเป็นพนักงาน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ขั้น ของการสร้างคุณูปการต่อองค์การ
 
ขั้นที่หนึ่ง การสร้างคุณูปการโดยพึ่งพาผู้อื่น
 ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้คือ ผู้ที่เพิ่งเข้าสู่การทำงานเป็นครั้งแรก มีความคิดมากมายเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ แต่ต้องเรียนรู้การเป็นผู้ตามก่อนเรียนรู้การเป็นผู้นำ สาระสำคัญในขั้นนี้ ก็คือ
 • งานทั้งหมดไม่ใช่ของคุณคนเดียว
 • งานที่คุณได้รับเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมขนาดใหญ่
 • คุณถูกคาดหวังให้ทำงานในรายละเอียดและมีลักษณะเป็นงานประจำในส่วนของคุณ
 ในขั้นนี้คุณจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหัวหน้างาน เพื่อเรียนรู้วิธีการ กลไกและการตัดสินใจในองค์การ ถ้าหากเรียนรู้ได้เร็ว ก็จะมีโอกาสได้รับความรับผิดชอบสูงขึ้น สิ่งที่จะต้องทำใจก็คือการเป็นผู้รับคำสั่งไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม ในขั้นนี้เป็นระยะที่เราต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับคนในองค์การ สิ่งที่สำคัญก็คือจะต้องมีระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ในการวางรากฐานให้แข็งแกร่ง และสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ไม่ควรอยู่ในระยะนี้นานเกินไป เพราะยิ่งอยู่นานก็จะยิ่งมีคุณค่าน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะการสร้างคุณค่าในขั้นนี้มีไม่มากต่อองค์การ
 
ขั้นที่สอง : สร้างคุณูปการด้วยตนเอง
 เมื่อพนักงานอยู่ในขั้นที่หนึ่งพอสมควร เช่น 1-2 ปี ก็จะแสวงหาโอกาสที่จะมีความรับผิดชอบเฉพาะของตนเอง เพื่อจะได้ทำงานโดยลำพัง และสร้างผลงานที่เป็นของตนเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ ในองค์การ
 ในขั้นนี้เน้นความสำคัญอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อคนในขั้นนี้
 การสร้างทีมงานและการทำงานเป็นทีม รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลให้กันและกันเป็นสิ่งสำคัญมาก คนที่อยู่ในขั้นนี้ต้องการการชี้นำ หรือคำปรึกษาน้อยกว่าในขั้นที่ 1 แต่จะอาศัยการปรึกษาหารือจากในทีมงานมากกว่าผู้ที่จะเคลื่อนเข้ามาอยู่ในขั้นที่ 2 นี้ จะต้องพัฒนาความคิดเห็นและดุลพินิจเป็นของตนเอง การปลูกฝังมาตรฐานการทำงานและสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจด้วยตัวเอง
 ในขั้นนี้มีความสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพ เพราะถ้าเติบโตไปสู่ขั้นผู้บริหาร หรือผู้นำเร็วเกินไปก็อาจขาดความน่าเชื่อถือในการสร้างคุณูปการในขั้นกว้างได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพที่มีความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้จะหยุดนิ่งไม่ได้ต้อง :-
 1. เชี่ยวชาญในสายอาชีพ และทันสมัยอยู่เสมอ
 2. ให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องในสายอาชีพตนเอง
 
ขั้นที่สาม : สร้างคุณูปการผ่านคนอื่น
 ผู้ที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ ต้องมีความสามารถสร้างผลงานโดยอาศัยบุคคลอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการเสมอไป เพราะจากงานวิจัยพบว่า มีบุคคลจำนวนมากที่พบว่าสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้าง และมีอิทธิพลต่อผู้อื่นโดยที่ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารแต่อย่างใด บทบาทที่เล่นโดยคนในขั้นที่ 3 ได้แก่
 1. ผู้ฝึกสอน คือ บุคคลที่ช่วยติดอาวุธให้ผู้อื่นด้วยเครื่องมือ ความรู้ และโอกาสที่เขาเหล่านั้นต้องการ เพื่อพัฒนาตนเอง และให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ โค้ชจึงไม่ได้พัฒนาผู้อื่น แต่ช่วยให้ผู้อื่นพัฒนาตนเอง
 2. พี่เลี้ยง คือ บุคคลที่มีประสบการณ์ และมีความรอบรู้ มีความสนใจในการช่วยพัฒนาสายอาชีพของบุคคลอื่น ซึ่งกระทำโดยการให้ข้อมูลที่สำคัญให้คำแนะนำเบื้องต้น กระทำตนเป็นแบบอย่าง สนับสนุนให้แนวทางกระตุ้นให้ผู้ที่อาวุโสน้อยกว่า กล้าตัดสินใจในการพัฒนาตนเอง
 3. ผู้นำโครงการหรือทีม คือบุคคลที่นำหลายโครงการ ทีม หรือกลุ่มภารกิจเฉพาะ บทบาทนี้ ต้องการผู้ที่มีมุมมองที่กว้างไกลมีความสามารถทำงานที่มีขนาดใหญ่ให้เสร็จ ผู้นำโครงการที่ดีมักจะเป็นโค้ชที่ดี เพราะเป็นผู้ที่รู้ในการวางแผนและจัดการให้ความพยายามของทุกคนบรรลุเป้าหมายได้
 4. ผู้นำอุดมคติ คือ บุคคลที่ผู้อื่นมองเห็นว่า จะสามารถให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา จัดการกับสถานการณ์ที่ยุ่งยาก เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีเครือข่ายที่กว้างขวาง เป็นผู้นำข้อมูลสำคัญมาให้กลุ่มเพื่อแบ่งปันกัน คนเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นผู้รู้ หรือผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้นๆ
 5. ที่ปรึกษาภายใน คือ บุคคลที่รู้จักกันกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับในองค์การว่าจะช่วยแก้ไขโครงการต่างๆ ได้ เพราะรู้ว่าจะหาทรัพยากรจากที่ได้ มีอิทธิพลต่อฝ่ายบริหารและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น
 การจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 3 จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
 1. พัฒนาความกว้างของทักษะด้านเทคนิคและประยุกต์ทักษะดังกล่าวในหลายๆ อย่าง/โครงการ
 2. สร้างเครือข่ายกับผู้คนที่อยู่นอกสายวิชาชีพของตนเอง และอาศัยเครือข่ายในการทำงานให้สำเร็จ
 3. มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร และกระตุ้นผู้อื่นโดยผ่านการให้ความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสาร
 ในขั้นสามนี้เน้นทักษะการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคล การตกลงในเรื่องเป้าหมาย การมอบหมายงาน การให้คำปรึกษาและการประสานงาน ต้องสร้างความเชื่อมั่นของเพื่อนร่วมงาน
 
ขั้นที่ 4 : สร้างคุณูปการเชิงกลยุทธ์
 ไม่ใช่ทุกคนสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ได้ เพราะมีเพียง 5% ของพนักงานเท่านั้นที่ก้าวมาสู่ขั้นนี้ ที่จะให้ทิศทาง อนาคตขององค์การ ลักษณะสำคัญของขั้นนี้คือ
 1. การใช้อิทธิพลเหนือการตัดสินใจสำคัญใดๆ ในองค์การ
 2. ช่วยปรับแต่งทิศทางในอนาคตของส่วนสำคัญในองค์การ
 3. เป็นตัวแทนบริษัท ในลักษณะวงกว้างทั้งในและนอกองค์การ
 4. สนับสนุนผู้ที่มีศักยภาพที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์การ
 บทบาทในขั้นนี้ ได้แก่
 1. นักนวัตกรรมทางความคิด
 คนเหล่านี้มีอิทธิพลต่ออนาคตขององค์การ ผ่านต้นร่างแนวความคิดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง วิธีการทำงานขององค์การ เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในการเปลี่ยนระบบ กระบวนการและหลักการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงผลิตภาพขององค์การ อิทธิพลของคนกลุ่มนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสำเร็จ และความรู้สึกที่ดีในการสร้างองค์การให้มีความสามารถที่จะแข่งขันในตลาดได้ คนพวกนี้ทำงานใกล้ชิดกับผู้จัดการ หรือเพื่อนร่วมงานในการขายความคิด
 2. ผู้ประกอบการภายใน
 คนเหล่านี้มีพลังงานสูง และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจได้อย่างลึกซึ้ง ขายความคิด รวบรวมเงิน และพนักงานเพื่อดำเนินตามความคิดในด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจอื่นๆ โดยทั่วไปคนกลุ่มนี้จะนำโครงการใหม่ๆ แต่บังคับบัญชาคนจำนวนน้อย
 3. ผู้สนับสนุน คือ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางขององค์การในด้านการคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรสำคัญ ผู้สนับสนุนเป็นผู้ที่คอยจับตาดูบุคลากรที่มีความสามารถ และให้ทำงานที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อเป็นการทดสอบ ความท้าทายและเปิดโอกาสให้พิสูจน์ตัวเอง ในการตัดสินใจที่มีคุณภาพ
 เปรียบเทียบกับบทบาทของพี่เลี้ยงในขั้นที่ 3 ผู้สนับสนุนติดต่อสัมพันธ์น้อยกับบุคลากรในองค์การ แต่มีชื่อเสียงนอกองค์การในด้านความสำเร็จและ/หรือหนังสือที่ตีพิมพ์ ซึ่งช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือในองค์การ และได้แสดงบทบาทที่สำคัญในการคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาในองค์การ คุณลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งของบุคคล ที่อยู่ในขั้นที่ 4 นี้ ก็คือการมีเครือข่ายของความสัมพันธ์นอกองค์การ กล่าวคือ อาจเป็นกรรมการในบอร์ดคณะกรรมการ และสมาคมต่างๆ การรักษาเครือข่ายกับบุคคล องค์การภายนอกได้ ทำให้ทราบถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ และแนวโน้มของสภาพแวดล้อมในตลาด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อองค์การในการวางแผนทางธุรกิจ
 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในขั้นที่ 4 นี้คือการมีมุมมองที่เปิดกว้างและครอบคลุมในขั้นสากลคนเหล่านี้จะมองความต้องการขององค์การในระยะเวลา 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น
 
สรุปสาระสำคัญของแต่ละขั้น
ขั้นที่ 1 : สร้างคุณูปการโดยพึ่งพาผู้อื่น
 • ฉวยโอกาสเล็กๆ ที่ผ่านเข้ามา
 • ขอให้คนอื่นช่วยเมื่อต้องการ
 • สร้างผลงานภายใต้แรงกดดัน
 • ใส่ใจในรายละเอียด และคุณภาพของงาน
 
ขั้นที่ 2 : สร้างคุณูปการ ด้วยตนเอง
 • สร้างรากฐานทางเทคนิคตามสายอาชีพให้แข็งแกร่ง และสร้างชื่อเสียงในด้านความรู้ความสามารถ
 • บริหารจัดการโดยลำพังได้ดี รักษาคำมั่นสัญญาและติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น
 • เป็นเพื่อนร่วมงานและผู้เล่นในทีมที่เข้มแข็ง
 
ขั้นที่ 3 : สร้างคุณูปการโดยผ่านผู้อื่น
 • ก้าวข้ามความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของตนเอง
 • รับผิดชอบในการพัฒนาและเป็นพี่เลี้ยงให้คนอื่น
 • สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ภายในองค์การ และในอุตสาหกรรมอย่างเข้มแข็ง
 • ปล่อยวางกิจกรรมในขั้นที่ 2 บางส่วน ให้ผู้อื่นได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญ
 
ขั้นที่ 4 : สร้างคุณูปการเชิงกลยุทธ์
 • แสวงหาหนทางที่จะมีอิทธิพลต่อทิศทางของส่วนสำคัญในองค์การ
 • เต็มใจแสดงอำนาจในนามขององค์การ
 • เป็นตัวแทนองค์การในการพบปะกับผู้ถือหุ้นภายนอก
 • สนับสนุนบุคลากรที่มีศักยภาพสำหรับบทบาทสำคัญในอนาคต
 
ความหมาย/นัยยะสำคัญ
 ในอดีต 20 ปีที่ผ่านมา องค์การมีตำแหน่งบริหารนับล้านตำแหน่ง แต่ในปัจจุบันเราพบว่า ผู้จัดการคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ ของพนักงานทั้งหมดเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีการปรับปรุงโครงสร้างองค์การให้มีลักษณะแบนราบมากขึ้น มีจำนวนลำดับขั้นบังคับบัญชาน้อยลง ด้วยเหตุนี้โอกาสที่จะเติบโตก้าวหน้าตามแนวดิ่งจึงมีได้น้อยลง ดังนั้น ถ้าคิดถึงการเติบโตโดยการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เท่ากับว่าได้ปล่อยให้อนาคตอยู่ในกำมือของคนอื่น แต่ถ้าคิดถึงการเติบโตในแง่ของขั้นขั้น เราก็ควบคุมอนาคตของตนเอง
 การกล่าวถึง 4 ขั้นในองค์กร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 3 และ 4 ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่โดยแท้จริงแล้วแต่ละคนมีศักยภาพ และความสนใจที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อขั้นความสำเร็จ ในแต่ละบทบาท เพื่อที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขัน องค์การที่แบนราบยังต้องการผู้ที่มีความสามารถและปรารถนาที่จะก้าวไปสู่ขั้น 3 และ 4  โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งงาน
 กล่าวโดยสรุป
 • การปฏิบัติงานที่มีคุณค่าภายใต้คำนิยามขององค์การมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ได้หยุดนิ่ง
 • คำอธิบาย 4 ขั้น อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลง และวางกฎของการแข่งขันในองค์การที่แบนราบและมีชั้นน้อยลง
 • คุณต้องรับผิดชอบในการเรียนรู้และเติบโตของตนเอง ให้คิดในแง่ของการสร้างคุณูปการไม่ใช่ตำแหน่ง
 • ต่อต้านความคิดที่จะเร่งเติบโตอย่างรวดเร็วในสายอาชีพ ให้สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในขั้นที่ 1 และ 2 เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและอิทธิพลในขั้นที่ 3 และ 4
 • ผู้ฝึกสอนและพี่เลี้ยงมีความสำคัญต่อคุณในทุกขั้นในวิชาชีพของคุณ ดังนั้น แสวงหาความช่วยเหลือ เมื่อต้องการ
 • การเปลี่ยนงานและการเปลี่ยนแปลงในวิชาชีพ อาจทำให้คุณกลับไปสู่ขั้นต้นๆ อีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กรณีที่ได้รับงานใหม่ แต่ก็คุ้มค่าเพราะคุณจะได้รับความลึกซึ้งในงานมากขึ้น และมีโอกาสพบปะผู้คนที่หลากหลายที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่ขั้นที่คุณเคยอยู่เดิม
 • อย่านั่งรอเวลาที่จะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง แต่ให้สร้างคุณูปการ และผลกระทบต่อองค์การ โดยการก้าวหน้าไปตามขั้น และการยอมรับก็จะตามมาภายหลัง

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน www.hrm-excellence.com

 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้188
mod_vvisit_counterเมื่อวาน474
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้188
mod_vvisit_counterเดือนนี้6338

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.