Leadership

ชุดบทความ: ภาวะผู้นำสำหรับนักบริหารทรัพยากรบุคคล (ตอนที่9)
ความสามารถเชิงสมรรถนะที่3 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยดิลก ถือกล้า                                                                               
  

           ในตอนที่ผ่านมาได้นำเสนอไปแล้วว่า รากฐานสำคัญของการเป็นผู้นำทีจะ “สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นนั้น” ก็คือ ตัวผู้นำเองจะต้องสร้างความคิดในเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับตนเองอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงขยายถึงความสัมพันธ์เบื้องต้นระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยจะต้องสร้างให้เกิด “ความไว้วางใจ (Trust)” จากบุคคลผู้เกี่ยวข้อง เพราะความไว้วางใจจะนำไปสู่เรื่องอื่นๆที่จะตามมา และเมื่อสามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นได้แล้ว สิ่งที่เป็นความสามารถเชิงสมรรถนะที่สำคัญถัดไปสำหรับภาวะผู้นำของนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็คือ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ขยายวงกว้างกว่าระดับบุคคลต่อบุคคล คือ “การสื่อข้อความที่มีประสิทธิภาพ”
ความจำเป็นของการสื่อสาร
บทบาทของการเป็นนักบริหารทรัพยากรบุคคล จะต้องมีการสื่อสารอยู่ตลอดเวลา เป็นต้นว่า การสื่อสารกับพนักงานหรือหัวหน้างานในเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  การสื่อสารสถานการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร การสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ดังนั้น การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญและความจำเป็นต่อการนำไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ โดยจะต้องให้ความสำคัญต่อการสื่อสารทั้ง 2 ทาง คือ การสื่อข้อความออกไป และการรับฟัง
ความหมายของการสื่อสาร
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ คือ ความสำเร็จในการสื่อข้อความที่ต้องการสื่อ ทั้งด้วยวาจาหรือด้วยวิธีการอื่นไปยังบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน เห็นพ้องต้องตรงกันและเกิดพันธะสัญญาร่วมกัน โดยวัตถุประสงค์ของการสื่อสารที่สำคัญ 2 ประการก็คือ การบรรลุถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ และการสร้างและรักษาความสัมพันธ์
หลักเบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสาร
•        ให้ถือว่าการสื่อสารเป็นความสำคัญระดับต้นๆในกิจกรรมประจำวัน
•        ต้องเปิดใจกว้างพร้อมที่จะสื่อสารกับผู้อื่น
•        ต้องสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้อื่นอยากสื่อสารกับเรา
•        มีความเข้าใจหลักการสื่อสารและปรับใช้อย่างชาญฉลาด 
โดยตัวแบบของการสื่อสารซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกัน เป็นไปดังตัวแบบข้างท้ายนี้


แนวทางในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
 •        กำหนดแผนการสื่อสารไว้ล่วงหน้า
          .       ทำไมเราจะต้องสื่อสาร
          .       เราต้องการให้เขารู้อะไร
          .       เรากำลังจะสื่อสารกับใคร
          .       เรากำหนดกลยุทธ์ หรือวิธีการในการสื่อสารเอาไว้อย่างไร
          .       จะใช้สถานที่ที่ไหนดี
          .       จะใช้เวลาไหนดี
 •        สร้างความสนใจให้แก่ผู้รับสาร
          .       เราดึงความสนใจจากผู้รับสารมาได้มากน้อยเพียงใด
          .       เราจะรักษาจุดสนใจที่เขามีอยู่ได้อย่างไร
•        ส่งสารที่ต้องการสื่อออกไป
          .       โครงสร้างของข้อมูล หรือเนื้อหาที่เราต้องการสื่อออกไปเป็นอย่างไร
          .       จะใช้ตัวช่วยอะไรหรือเปล่าเพื่อให้การสื่อสารมีความชัดเจน ตรงประเด็นมากขึ้น
          .       จะดูตัวเองได้อย่างไรว่า สิ่งที่นำเสนอหรือการตอบคำถามยังคงน่าสนใจ
          .       ยังมีความโดดเด่นอะไรที่ทำให้เรายังเป็นจุดสนใจ
  •        สังเกตและรับฟังFeedback ทั้งที่เป็นคำพูดและไม่ใช่คำพูด
          .       ผู้รับสารมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเนื้อหาที่สื่อสารออกไป
          .       ผู้รับสารเข้าใจว่าอย่างไร ตรงตามที่เราต้องการให้รับทราบมากน้อยเพียงใด
          .       สิ่งที่เราต้องการจะสื่อออกไปกับสิ่งที่เราได้สื่อออกไปจริงๆ ขัดแย้งกันหรือไปด้วยกันมากน้อยเพียงใด
 •        ตอบสนองต่อ Feedback อย่างเหมาะสม
          .       มีประเด็นอะไรบ้างที่เป็นคำถาม ข้อสงสัย ข้อข้องใจ ซึ่งอาจจะถามโดยตรง หรือพอจะอนุมานได้ และเราควรต้องตอบ
          .       เราจะต้องทำอะไรอีกหรือไม่เพื่อให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้มากขึ้น และ/หรือดำเนินการตามที่ได้สื่อสารกันไว้
          .       ทำอย่างไรที่จะทำให้ตัวเรามีความเข้าใจที่ชัดเจนถึงการตอบสนองจากผู้รับสาร
 •        สร้างให้เกิดความเข้าใจและความเห็นพ้องต้องกัน
          .       ระดับของความเข้าใจในข้อความหรือเนื้อหาอยู่ในระดับใด
          .       เรากับผู้รับสารมีความเห็นพ้องตรงกันมากน้อยเพียงใดในเรื่องที่เราอยากจะให้เขาเข้าใจ หรือเราอยากเห็น
          .       เราได้ประเด็นสำคัญที่ใกล้เคียงกับที่เราต้องการเพียงใด
          .       ผู้ที่เกี่ยวข้องผูกพันตนเอง (Commit) กับสิ่งที่ได้สื่อสารกันไว้มากน้อยเพียงใด
          .       ผลลัพธ์ที่เราอยากเห็นกับผลลัพธ์ที่เราได้รับมีความใกล้เคียงกันมากน้อยแค่ไน
                  ที่ได้นำเสนอไปนั้น เป็นแนวทางการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการสื่อข้อความออกไป แต่การสื่อข้อความที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องไปด้วยองค์ประกอบอีdประการหนึ่งก็คือ การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะได้นำเสนอในตอนต่อไป 
                                                                                *ตีพิมพ์ครั้งแรกคอลัมน์  “โลกธุรกิจ” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้168
mod_vvisit_counterเมื่อวาน426
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1424
mod_vvisit_counterเดือนนี้12356

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.